Aloe By The One
มาทำความรู้จักกับ Aloe กันก่อนนะครับ ที่คนไทยเราคุ้นเคยและรู้จักกันดีก็คือ "ว่านหางจระเข้" นั้นเอง หากได้ยินชื่อแล้วบางคงก็คงนึกถึง ว่านหางจระเข้ที่เวลาเราเป็นแผลพลุพองแลวเราก็นำมาทาที่แผล ซึ่งนั้นก็เป็นเพียงสายพันธุ์ไม้สปีชีย์ของ Aloe เท่านั้นครับ เพราะจริงๆแล้ว Aloe ที่มีวางขายตามตลาดต้นไม้สวยงามจะเป็นไม้ Hybrid แถบทั้งสิ้นครับ เมื่อมีการนำมาเพาะเลี้ยงย่อมมีการพัฒนาสายพันธ์ขึ้นครับ โดยแต่ละคนเมื่อพัฒนาได้ เห็นว่าตัวไหนถูกใจก็จะตั้ง Number เป็นของตัวเอง ซึ่งการแยกแยะในปัจจุบันอาจทำได้อยากถ้าตัวไหนเราไม้มั่นใจชื่อให้เรียกว่า Hybrid ไว้ก่อนครับ
สำหรับการเลือกซื้อจากที่พรรณามายาวเหยียด แต่จุดสำคัญก็อยู่ที่ว่าเราชอบต้นไหน ต้นนั้นแหละซื้อมาได้เลยครับง่ายๆแค่นี้เอง ^^
การเลือกซื้อ Aloe By The One
Aloe เป็นไม้ที่ถ่ายรูปให้เหมือนกับต้นจริงได้ลำบากมาก เวลาที่เราสั่งมาจาก Pantown หรือ Facebook ต้นที่ได้มาอาจจะสวยกว่าในรูปอยู่นิดหน่อย ทั้งสี เทจเจอร์ และฟัน มันก็เป็นการลุ้นไปในตัวว่าเราได้มาจะสวยไหม แต่สำหรับคนที่ไปเดินตามสวน หรือเจเจ แล้วอยากจะหาต้นที่สวยๆมาเลี้ยง ผมแนะนำว่าให้เลือกที่ถูกใจเราครับ เพราะ Aloe มีหลากหลายส่วนมากก็จะเป็นตัว Hybrid มาผสมกันจนอาจจะไม่รู้ชื่อก็มี เวลาผมไปเดินเลือกซื้อผมก็จะเลือกต้นที่ผมชอบซะส่วนใหญ่ ซึ่งก็จะไม่เหมือนกับเพื่อนที่ไปเดินด้วยกันครับ ความชอบคนเรามันต่างกัน แต่ก็จะมีหลักการเลือกอยู่เล็กน้อยสำหรับผมก็คือ
- ฟอร์ม ผมจะดูฟอร์มใบโดยรวมเป็นอย่างแรก ซึ่งมันก็จะมีหลากหลายฟอร์มเช่น ฟอร์มตั้ง ฟอร์มแบะ ฟอร์มงุ้ม ที่สำคัญเลยคือดูแล้วสมดุลกันทั้งต้น แต่หากดูแล้วต้นไหนมีแววแต่ฟอร์มไม่สวย สามารถซื้อมาไล่ฟอร์มใหม่ดูได้นะครับ
- เกล็ด หรือ เทคเจอร์ ตัวนี้อาจจะไม่สำคัญในบางตัว แต่สำหรับคนที่ชอบสายนี้แล้วถือว่าสำคัญมากๆเลยทีเดียว เพราะเจ้าตัวนี้แหละที่เป็นเสน่ห์ของ Aloe เลยก็ว่าได้ ก็จะมีหลากหลายแล้วแต่สไตล์ของแต่ละคน ส่วนตัวผมชอบแบบเทคเจอร์ขีดยาว และนูนออกมาเป็นแนวของลูกผสม Sunrise
- ฟัน Aloe ก็เป็นอีกจุดเด่นของ Aloe ซึ่งก็จะมีหลากหลาย ทั้งที่สีโหดๆ ฟันเยอะๆถี่ๆ และอีกหลายแบบ ตรงนี้ใครชอบแบบไหนเลือกกันตามสบายเลย
- สี เป็นสิ่งที่โดดเด่นเลย ตัวผมหันมาเลี้ยง Aloe ก็เพราะโดนใจสีของมันเนี้ยแหละครับ แดงได้ใจมาก แต่สีอื่นก็มีนะครับ ทั้งขาว เหลืองและเบสิกเลยคือเขียวครับ
- สุดท้ายเลยคือตรวจสอบว่า Aloe ต้นนี้มีโรค หรืออะไรหรือเปล่า แต่ถ้าเป็นตำหนิผมจะไม่ซีเรียสครับ เพราะ Aloe เป็นไม้ที่สามารถไล่ฟอร์มใหม่ได้ ตำหนิซักพักมันจะหายไปเองครับ
การเลี้ยงดู Aloe By The One
การดูแล Aloe เป็นเรื่องที่ไม่ยุ่งยาก พูดได้ว่าเป็นไม้ที่ดูแลง่ายมาก ส่วนตัวผมคิดว่าเป็นพวกที่ดูแลง่ายกว่าแคคตัสครับ เพราะเวลาที่ไม้ขาดการดูแลเรายังสามารถฟอร์มไม้ให้สวยได้ใหม่ ไม่เหมือนกันแคคตัสที่เวลาเสียทรง เสียฟอร์มแล้วก็จะแก้ไขอะไรไม่ได้เลย โดยส่วนใหญ่ก็ไม่ต้องเอาใจใ่มันมากครับ เป็นไม้ที่ทนมากๆ วิธีการดูแลก็มีไม่กี่ข้อ ผมจะอธิบายให้เข้าใจง่ายเลยครับ
- การรดน้ำ Aloe เป็นไม้ที่ไม่ต้องการน้ำมากนัก ยิ่งถ้าเราอยากให้มันขับสีออกมาด้วยแล้ว หากเราเลี้ยงแบบทั่วๆไป ยิ่งให้น้ำเยอะสีมันจะเขียวและใบอวบเต่งตึงครับ ผมจะรดน้ำประมาณ 3-4 วันคร้ง แต่บางคนหากไม่มีเวลาอาทิตย์ละครั้งกำลังดีครับ
- แดด Aloe เป็นไม้ที่ชอบแดดครับ ผมแนะนำแดดช่วงเช้าเพราะไม่ร้อนมาก แล้วจะไม่ทำให้ใบไหม้ด้วย แต่ก็ขึ้นกับการเลี้ยง เราสามารถเพิ่มแดดได้ แต่ควรที่จะเพิ่มที่ละน้อยๆ ไม้ที่ได้มาเราไม่รู้ว่าเจ้าของเดิมเขาดูแลอย่างไร หากเรารีบร้อนตากแดดไว้ทั้งวันอาจทำให้ใบไหม้เสียสวยไปเลย แต่ข้อดีของแดดก็คือ จะช่วยขับสีของ Aloe และ ลักษณะของฟอร์มก็ขึ้นกับแดดเช่นกันนะครับ ยกตัวอย่างเช่น Aloe ที่ได้แดดน้อยฟอร์มใยจะออกตั้งๆ ส่วนต้นที่ได้แดดมากฟอร์มใบจะกางออกครับ
- ปุ๋ย สำหรับผมแล้วผมจะไม่ใส่ปุ๋ยครับ แต่หากใครต้องการก็แนะนำออสโมโคส ปุ๋ยสามัญประจำบ้านครับ
- การที่ Aloe จะขับสีและฟอร์มออกมาเราสามารถทำได้หลายวิธี คือ การอั้นกระถางเพื่อให้รากมีจำกัด หาอาหารได้น้อย ก็จะช่วยให้ไม้ขับสีได้ และอย่าตกใจหากเราเปลี่ยนกระถางหรือดินใหม่แล้วไม้มีสีเขียวขึ้น นั้นเป็นเพราะไม้สามารถที่จะหาอาหารได้เยอะและนำไปสร้าง คอลโรฟิลล์นั้นเอง ในธรรมชาติเองนั้นเมื่อถึงฤดูหนาวเป็นช่วงเวลาที่ไม้จะขับสีออกมาอย่างเต็มที่เพราะเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิ ไม้จะเกิดภาวะเครียดและจะขับสีออกมานั้นเอง