วันพุธที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

ว่าด้วยเรื่อง Aloe By The One

Aloe By The One

  มาทำความรู้จักกับ Aloe กันก่อนนะครับ ที่คนไทยเราคุ้นเคยและรู้จักกันดีก็คือ "ว่านหางจระเข้" นั้นเอง หากได้ยินชื่อแล้วบางคงก็คงนึกถึง ว่านหางจระเข้ที่เวลาเราเป็นแผลพลุพองแลวเราก็นำมาทาที่แผล ซึ่งนั้นก็เป็นเพียงสายพันธุ์ไม้สปีชีย์ของ Aloe เท่านั้นครับ เพราะจริงๆแล้ว Aloe ที่มีวางขายตามตลาดต้นไม้สวยงามจะเป็นไม้ Hybrid แถบทั้งสิ้นครับ เมื่อมีการนำมาเพาะเลี้ยงย่อมมีการพัฒนาสายพันธ์ขึ้นครับ โดยแต่ละคนเมื่อพัฒนาได้ เห็นว่าตัวไหนถูกใจก็จะตั้ง Number เป็นของตัวเอง ซึ่งการแยกแยะในปัจจุบันอาจทำได้อยากถ้าตัวไหนเราไม้มั่นใจชื่อให้เรียกว่า Hybrid ไว้ก่อนครับ

การเลือกซื้อ Aloe By The One

   Aloe เป็นไม้ที่ถ่ายรูปให้เหมือนกับต้นจริงได้ลำบากมาก เวลาที่เราสั่งมาจาก Pantown หรือ Facebook ต้นที่ได้มาอาจจะสวยกว่าในรูปอยู่นิดหน่อย ทั้งสี เทจเจอร์ และฟัน มันก็เป็นการลุ้นไปในตัวว่าเราได้มาจะสวยไหม แต่สำหรับคนที่ไปเดินตามสวน หรือเจเจ แล้วอยากจะหาต้นที่สวยๆมาเลี้ยง ผมแนะนำว่าให้เลือกที่ถูกใจเราครับ เพราะ Aloe มีหลากหลายส่วนมากก็จะเป็นตัว Hybrid มาผสมกันจนอาจจะไม่รู้ชื่อก็มี เวลาผมไปเดินเลือกซื้อผมก็จะเลือกต้นที่ผมชอบซะส่วนใหญ่ ซึ่งก็จะไม่เหมือนกับเพื่อนที่ไปเดินด้วยกันครับ ความชอบคนเรามันต่างกัน แต่ก็จะมีหลักการเลือกอยู่เล็กน้อยสำหรับผมก็คือ
  • ฟอร์ม ผมจะดูฟอร์มใบโดยรวมเป็นอย่างแรก ซึ่งมันก็จะมีหลากหลายฟอร์มเช่น ฟอร์มตั้ง ฟอร์มแบะ ฟอร์มงุ้ม ที่สำคัญเลยคือดูแล้วสมดุลกันทั้งต้น แต่หากดูแล้วต้นไหนมีแววแต่ฟอร์มไม่สวย สามารถซื้อมาไล่ฟอร์มใหม่ดูได้นะครับ
  • เกล็ด หรือ เทคเจอร์ ตัวนี้อาจจะไม่สำคัญในบางตัว แต่สำหรับคนที่ชอบสายนี้แล้วถือว่าสำคัญมากๆเลยทีเดียว เพราะเจ้าตัวนี้แหละที่เป็นเสน่ห์ของ Aloe เลยก็ว่าได้ ก็จะมีหลากหลายแล้วแต่สไตล์ของแต่ละคน ส่วนตัวผมชอบแบบเทคเจอร์ขีดยาว และนูนออกมาเป็นแนวของลูกผสม Sunrise
  • ฟัน Aloe ก็เป็นอีกจุดเด่นของ Aloe ซึ่งก็จะมีหลากหลาย ทั้งที่สีโหดๆ ฟันเยอะๆถี่ๆ และอีกหลายแบบ ตรงนี้ใครชอบแบบไหนเลือกกันตามสบายเลย
  • สี เป็นสิ่งที่โดดเด่นเลย ตัวผมหันมาเลี้ยง Aloe ก็เพราะโดนใจสีของมันเนี้ยแหละครับ แดงได้ใจมาก แต่สีอื่นก็มีนะครับ ทั้งขาว เหลืองและเบสิกเลยคือเขียวครับ
  • สุดท้ายเลยคือตรวจสอบว่า Aloe ต้นนี้มีโรค หรืออะไรหรือเปล่า แต่ถ้าเป็นตำหนิผมจะไม่ซีเรียสครับ เพราะ Aloe เป็นไม้ที่สามารถไล่ฟอร์มใหม่ได้ ตำหนิซักพักมันจะหายไปเองครับ
  สำหรับการเลือกซื้อจากที่พรรณามายาวเหยียด แต่จุดสำคัญก็อยู่ที่ว่าเราชอบต้นไหน ต้นนั้นแหละซื้อมาได้เลยครับง่ายๆแค่นี้เอง ^^

การเลี้ยงดู Aloe By The One

  การดูแล Aloe เป็นเรื่องที่ไม่ยุ่งยาก พูดได้ว่าเป็นไม้ที่ดูแลง่ายมาก ส่วนตัวผมคิดว่าเป็นพวกที่ดูแลง่ายกว่าแคคตัสครับ เพราะเวลาที่ไม้ขาดการดูแลเรายังสามารถฟอร์มไม้ให้สวยได้ใหม่ ไม่เหมือนกันแคคตัสที่เวลาเสียทรง เสียฟอร์มแล้วก็จะแก้ไขอะไรไม่ได้เลย โดยส่วนใหญ่ก็ไม่ต้องเอาใจใ่มันมากครับ เป็นไม้ที่ทนมากๆ วิธีการดูแลก็มีไม่กี่ข้อ ผมจะอธิบายให้เข้าใจง่ายเลยครับ
  • การรดน้ำ Aloe เป็นไม้ที่ไม่ต้องการน้ำมากนัก ยิ่งถ้าเราอยากให้มันขับสีออกมาด้วยแล้ว หากเราเลี้ยงแบบทั่วๆไป ยิ่งให้น้ำเยอะสีมันจะเขียวและใบอวบเต่งตึงครับ ผมจะรดน้ำประมาณ 3-4 วันคร้ง แต่บางคนหากไม่มีเวลาอาทิตย์ละครั้งกำลังดีครับ
  • แดด Aloe เป็นไม้ที่ชอบแดดครับ ผมแนะนำแดดช่วงเช้าเพราะไม่ร้อนมาก แล้วจะไม่ทำให้ใบไหม้ด้วย แต่ก็ขึ้นกับการเลี้ยง เราสามารถเพิ่มแดดได้ แต่ควรที่จะเพิ่มที่ละน้อยๆ ไม้ที่ได้มาเราไม่รู้ว่าเจ้าของเดิมเขาดูแลอย่างไร หากเรารีบร้อนตากแดดไว้ทั้งวันอาจทำให้ใบไหม้เสียสวยไปเลย แต่ข้อดีของแดดก็คือ จะช่วยขับสีของ Aloe และ ลักษณะของฟอร์มก็ขึ้นกับแดดเช่นกันนะครับ ยกตัวอย่างเช่น Aloe ที่ได้แดดน้อยฟอร์มใยจะออกตั้งๆ ส่วนต้นที่ได้แดดมากฟอร์มใบจะกางออกครับ
  • ปุ๋ย สำหรับผมแล้วผมจะไม่ใส่ปุ๋ยครับ แต่หากใครต้องการก็แนะนำออสโมโคส ปุ๋ยสามัญประจำบ้านครับ
  • การที่ Aloe จะขับสีและฟอร์มออกมาเราสามารถทำได้หลายวิธี คือ การอั้นกระถางเพื่อให้รากมีจำกัด หาอาหารได้น้อย ก็จะช่วยให้ไม้ขับสีได้ และอย่าตกใจหากเราเปลี่ยนกระถางหรือดินใหม่แล้วไม้มีสีเขียวขึ้น นั้นเป็นเพราะไม้สามารถที่จะหาอาหารได้เยอะและนำไปสร้าง คอลโรฟิลล์นั้นเอง ในธรรมชาติเองนั้นเมื่อถึงฤดูหนาวเป็นช่วงเวลาที่ไม้จะขับสีออกมาอย่างเต็มที่เพราะเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิ ไม้จะเกิดภาวะเครียดและจะขับสีออกมานั้นเอง

วันอังคารที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

สูตรดิน Cactus&Succulent By The One

สูตรดิน Cactus&Succulent By The One

   มือใหม่ที่เริ่มเลี้ยงไม้อวบน้ำอาจจะยังไม่เข้าใจว่าทำไมถึงจำเป็นต้องใช้ดินผสม "ใช้ดินทั่วไปไม่ได้หรือ?" คำตอบคือได้ครับแต่ไม่แนะนำ เพราะดินปลูกต้นไม้ทั่วไปนั้นมีความแน่น ไม่โปร่งซึ่งเป็นสาเหตุของการโตแบบไม่เต็มที่เนื่องมาจากการที่รากเดินไม่ดี ดั้งนั้นการที่เราผสมดินปลูกก็เพื่อให้รากเดินได้ดี ไม่ทำให้ดินอุ้มน้ำมากเกินไปซึ่งเป็นสาเหตุทำให้เกิดอาการเน่าได้

ส่วนประกอบปลูก

  • ดินใบก้ามปู ร่อนเอาใบและกิ่งไม้ออกก่อน (สำหรับการปลูก Aloe ไม่ต้องร่อนละเอียดมากก็ได้ครับ แต่สำหรับผมแล้วจะร่อนละเอียดและใช้เหมือนกันทั้งหมดครับ)
  • แกลบเผา อาจหายากหน่อยสำหรับบ้างที่ จะใช้เป็นเพอร์ไรท์ หรือเวอร์มิคูไรท์แทนก็ได้นะครับ ส่วนตัวจะชอบแกลบเผ่าเพราะน้ำหนักเบาดีครับ
  • หินภูเขาไฟเบอร์ 00
  • ทรายหยาบ ในบางครั้งที่ผมใช้ทรายในการผสมจะไม่ใช้ทรายละเอียดครับเพราะมันจะแน่นเกินไป

ส่วนในการผสม By The One

   ดินที่ผมใช้ปลูกปัจจุบันจะใช้ส่วนผสมน้อยหน่อยครับ ประหยัดเงินและเวลาในการหา แต่ใช้ได้ดีในระดับนึงนะครับ อาจจะไม่เหมาะสมกับบางสถานที่ แต่สูตรนี้ลงตัวที่บ้านผมดีครับ

  • ดินใบก้ามปู 1 ส่วน
ดินใบก้ามปูที่มีขายตามร้านขายอุปกรณ์ต้นไม้ทั่วๆไป
ผมจะนำมาร่อนก่อนใช้ครับ
    จากนั้นก็จะได้ดินก้ามปูร่อนตามภาพครับ
  • แกลบเผา 1 ส่วน
ราคาไม่แพงครับ แถมเบาด้วย
  • หินภูเขาไฟ 1 ส่วน
หินภูเขาไฟเบอร์ 00 อาจจะแพงหน่อย ถ้าหาแบบกระสอบได้จะถูกลงครับ จะใช้เป็นเพอร์ไรท์แทนได้ครับ
  • อื่นๆ ถ้าหาได้ผมจะผสมลงไป 1/2 ส่วนครับ
เอาส่วยผสมคลุกให้เข้ากันครับ

ได้ดินปลูกมาแล้วครับ ดินตัวนี้ต้องรดน้ำก่อนเอาหินโรยนะครับ เพราะดินอาจจะยุบตัวลงไป
แล้วค่อยเติมไปที่หน้าดินก่อนเอาหินโรงครับ

วันจันทร์ที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

การเพาะเมล็ดจากฝัก Melo By The One

เพาะเมล็ด By The One

   วันนี้ผมจะมานำเสนอวิธีการเพาะเมล็ดในแบบฉบับของ The One ให้ดูครับ บทความนี้ผมจะอัพเดทเรื่อยๆ เนื่องจากผมจะทำแล้วอัพเดทให้ได้ดูกันเลย โดยผมจะทำทีละขั้นตอน และอธิบายง่ายๆให้ทุกคนเข้าใจ ซึ่งวิธีการนั้นผมก็จะนำความรู้จากพวกพี่ๆมาดัดแปลงเองนิดหน่อย ถ้าผิดพลาดก็ต้องขออภัยไว้ด้วยครับ

ขั้นตอนเตรียมเมล็ดในการปลูก

อุปกรณ์

  • ขัน
  • ตะแกรงตาถี่
  • ใบมีดโกน
  • ฟอร์เซ็บ
  • ทิชชู
  • และที่ขาดไม่ได้เลยคือฝักของเจ้าต้นที่เราจะปลูกครับ
 



ขั้นตอนการล้างเมล็ด

  • อย่างแรกผมจะเอามีดโกนผ่าเมล็ดออกจากฝัก
  • จากนั้นนำเมล็ดออกมาวางบนทิชชู โดยผมจะใช้ฟอร์เซ็บคีบออกมา ทำการเช็ดเอาเนื้อของฝักออกให้มากที่สุด

  • จากนั้นนำหยิบเมล็ดแล้วยีลงในตะแกรงตาถี่ที่รองน้ำไว้ดังภาพ เผื่อทำความสะอาดเมล็ด 

  • ร่อนอีกครั้งเผื่อทำความสะอาดเยื้อที่ติดอยู่กับเมล็ด 


  •  จากนั้นก็รอจนกว่าเมล็ดจะแห้งครับ โดนในที่นี้ผมจะทำการรอเป็นเวลา 1 วัน


การเพาะเมล็ด

วัสดุและอุปกรณ์

  • ดินเพาะเมล็ด [พีสมอส 1 ส่วน + ดินปลูก 1 ส่วน(หินภูเขาไฟ00 1 ส่วน + ดินร่อน 1/2 ส่วน + แกลบ 1/2 ส่วน)]
ดินที่ผมใช้ปลูกไม้ธรรมดาครับ 1ส่วน ประกอบด้วย หินภูเขาไฟ00 1 ส่วน + แกลบเผา 1 ส่วน + ดินร่อน 1 ส่วน

พีสมอสที่ใช้ผสม 1 ส่วน

พีสมอสกับดินปลูกอย่างละ 1 ส่วน

นำมาผสมกันครับ

สำเร็จครับ ดินเพาะเมล็ด
  • พีสมอส
ผมซื้อแบบที่เค้าแบ่งขายกันถุงละ 10-20 บาทครับ เพราะผมไม่ค่อยได้เพาะบ่อยเท่าไหร่
  • หินภูเขาไฟ หรือวัสดุรองก้นอื่น (ถ่าน มะพร้าวสับ)
  • กระถาง
  • กล่องพลาสติกใสที่แสงสามารถเข้าได้ แนะนำสำหรับคนเพาะเยอะๆครับสะดวก รวดเร็ว ไม่ต้องมานั้งมัดถุงให้เสียเวลา (ใช้ถุงพลาสติกแทนได้)
  • ยากันเชื้อรา + B1 (ในครั้งนี้ผมไม่ได้ใส่ลงไปนะครับ)
  • เมล็ด
หลังจากที่ล้างเมล็ดและตากให้แห้ง เราสามารถเก็บไว้ได้ โดยใส่ถุงซิบล็อกแล้วแชร์ไว้ในตู้เย็น สำหรับชุดนี้ผมเอาไว้ข้างนอกนานเลย ไม่รู้ว่าจะมี % การรอดเท่าไหร่จากที่ว่าจะเพาะเลยแต่ดันไม่มีพีสมอสครับ

ขั้นตอนการเพาะ

  • นำหินภูเขาไฟมารองที่ก้นกระถาง
สำหรับท่านที่มีน้อยใช้อย่างอื่นรองก้นแทนได้ครับ
  • ใส่ดินเพาะลงไป 3/4 ของกระถาง

  • ใส่พีสมอสลงไปเกือบเต็มกระถาง

  • โรยเมล็ดให้กระจายให้ทั่ว

  • กลบด้วยพีสมอสบางๆ

  • ใส่น้ำลงไปในกล่องพลาสติกพอให้ซึมเข้ากระถางหมดและเหลือในกล่องครับ (ใช้ฟ็อกกี้ฉีดให้ชุ่มก่อนได้ครับ)
ใสๆจะได้ส่องเด็กๆได้ครับ ร้าน 20 บาทมีขายหลายขนาดอยู่ครับ
  • ปิดฝากเอาวางหลบแดดครับ อีกไม่นานเมล็ดก็จะงอกมาครับ

** หลังเมล็ดงอกผมจะอัพเดทรูปให้ชมนะครับ วันที่ลงเพาะ 26/2/58 **

อัพเดทรอบแรกครับ 2/3/58 เมล็ดงอกออกมาบ้างแล้วครับ
อัพเดทรอบสองครับ 7/3/58 ค่อยๆถยอยออกมาให้เห็นกันแบบชื้นใจแล้ว

วันเสาร์ที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2558

การตัดแต่งราก By The One

การตัดแต่งราก By The One

   เมื่อเราได้ไม้ที่สั่งจากในอินเตอร์เน็ต ได้มาแบบ bare root หรือ ล้างราก หรือแม้กระทั้งการเปลี่ยนกระถาง บางคนอาจมองขามการตัดแต่งรากไป หรือเห็นว่าไม่สำคัญก็เอาลงดินใหม่ไปทั้งแบบนั้น ซึ่งที่จริงแล้วเราควรที่จะตัดแต่งรากเสียก่อน เพราะหากเราไม่ได้ตัดแต่ง อาจจะทำให้รากเสียเป็นสาเหตุให้ต้นไม้ไม่โต ยอดไม่เดิน รวมไปถึงอาจทำให้รากเน่า ทำให้เสียต้นไม้ที่รักไปได้ง่ายๆเลย
  วันนี้ผมจะมาแนะนำการตัดแต่งราก ของไม้อวบน้ำ โดยผมจะใช้ต้นไม้หลายตัว เพื่อให้ทุกคนเข้าใจในหลักการตัดรากซึ่งก็จะเหมือนๆกัน ถ้าเรารู้หลักก็ไม่มีอะไรยาก เป็นเรื่องที่ง่ายมาก และนำไปปรับใช้ได้กับไม้หลากหลายชนิด

ขั้นตอนการตัดแต่งราก

  • หากเป็นไม้ที่พึ่งสั่งมา หรือได้มาแบบล้างราก ก็ไม่ต้องรออะไรเลยครับ จัดการเอามาชำแหละราก โดยตัดเอารากฝอยออก หรือถ้าเห็นว่ารากแก้วมันยาวไปสามารถตัดให้เหลือไว้ตรงโคนซัก 3-4 ซม. ได้ครับ
  • ส่วนถ้าเป็นการเปลี่ยนกระถางใหม่ ก็รื้อกระถางมาก่อน (หากรากเดินเต็มกระถางแล้วก็ไม่ต้องเสียดายรากนะครับ ยิ่งเราเสียดาย มันก็เป็นการสร้างความเสียหายให้กับต้นไม้ของเราครับ ผมเคยมีประสบการณ์ด้านนี้มาก่อน คือเลี้ยงแรกๆแล้วเสียดาย จนในที่สุดก็ต้องนำออกมาตัดรากครับ เพราะเลี้ยงยังไงต้นไม้ก็ไม่ยอมโต อีกทั้งยังค่อยๆฟีบลงเรื่อยๆ) จากนั้นให้นำมาล้างดินเก่าออกให้หมดก่อนครับ แล้วผึ่งไว้ให้แห้ง แล้วทำเหมือนกันครับคือตัดแต่งให้เหลือตรงโคนซัก 3-4 ซม.
  • จากนั้นรอให้แผลแห้ง โดยส่วนตัวผมจะทิ้งไว้ประมาณ 1 วันครับ (บางท่านอาจนานกว่านั้น แต่ผมเห็นว่า 1 วันก็เพียงพอแล้วครับ)
  • ท่านที่มี B1 หรือรูเบิล ก่อนนำลงดินใหม่ให้แช่ทิ้งไว้ซัก 15-20 นาทีนะครับ พวกนี้จะช่วยให้รากมาเร็ว อีกทั้งมีวิตามินบำรุงรากด้วยครับ (ส่วนตัวใช้ 2 ตัวประกอบกัน)
  • เมื่อแช่เส็จก็นำมาตากให้แห้งซักหน่อย แล้วได้เวลาลงดินเลยครับ (วิธีของผมอาจจะดูเร็วไปบ้าง แต่ไม้ที่ผมทำก็ไม่มีปัญหาเรื่องเน่านะครับ)

Cactus

เมื่อเรานำออกมาจากกระถางก็เอามาล้างดินออกให้หมดเผื่อดูว่าเราควรจะตัดตรงไหนบ้าง
ในภาพนี้รากแน่นมาก มีอาการเสียเล็กน้อย
หลังการตัดแต่งผมเหลือไว้เพียงเท่านี้ รากอัดแน่นมาก ผมก็จะตัดรากฝอยออกซะส่วนใหญ่เหลือแกนรากแก้วไว้ครับ

Aloe

Aloe ก็ไม่ต่างกัน จากที่ผมเคยยัดใส่ไปเลย รื้อมาดูรากก็ฝ่อครับ เลยตัดแต่งซะหน่อยให้มันเดินง่ายๆ

ผมก็ตัดเจ้าพวกราฟฝอยออกเหลือแกนแบบเดียวกับแคคตัสครับ

กรณี Aloe รากเน่าครับ

กรณีนี้เป็นกรณีที่เราเห็นก่อนที่จะสายไปครับ โดยปกติมันจะไม่แสดงอาการและจะค่อยๆลาม แต่เมื่อเห็นแล้วก็ควรที่จะตัดแต่งรากใหม่ครับ


  • จากนั้น ผมจะตัดส่วนที่เน่าทิ้งไป โดยจะเฉือนขึ้นมาเหนือส่วนที่เน่านิดนึงครับ

  • เป็นอันเสร็จพิธี ส่วนใครจะทาผงอะลูมิเนียม ปูนแดง หรือยาต่างๆ ก็ทาได้ตอนนี้เลยนะครับ แต่ผมไม่มีนี้สิ โดยผมจะทิ้งไว้ให้แห้งซัก 2-3 วัน แล้วลงปลูกครับ

วันศุกร์ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2558

เพาะเมล็ด Aloe By The One

เพาะเมล็ด Aloe By The One Cactus


   วันนี้ผมจะมาแชร์ประสบการณ์การเพาะเมล็ด Aloe ในแบบฉบับของ The One ให้เพื่อนๆ ได้เข้ามาศึกษากันนะครับ โดยบทความนี้ผมเขียนขึ้นหลังลงเพาะเมล็ด Aloe ไปเป็นที่เรียบร้อย ก็ผ่านมา 2 อาทิตย์ได้แล้วครับ (30/1/58) แต่จากนี้ไปผมจะเข้ามาอัพเดทการเจริญเติบโตของ Aloe ให้เพื่อนๆได้ติดตามชมนะครับว่าผลออกมาจะเป็นอย่างไร
 
   เอาละครับมาเข้าเรื่องกันดีกว่า ผมจะบอกรายละเอียดวัสดุในการเพาะ และวิธีการรดน้ำดูแลให้ในเบื้องต้นเพื่อให้ทุกคนเข้าใจและนำไปปรับใช้ได้นะครับ

วัสดุในการเพาะเมล็ด

  • ดินร่อน (ดินใบก้ามปู)
  • พีสมอส
  • แกลบเผา
  • หินภูเขาไฟ 00
  • วัสดุที่เอาไว้ผสมดินทำให้โปร่ง (เพอร์ไรท์ เวอร์มิคูไรท์ กรวด ฯลฯ)
  • กระถางพอต 2" - 2.5"
  • วัสดุรองก้น (จะเป็นถ่าน หินภูเขาไฟเบอร์ใหญ่ กากมะพร้าว ได้หมดตามที่สะดวกหานะครับ)
  • เมล็ดพันธุ์

ดินปลูก By The One

   เรื่องดินปลูกนั้นสามารถใช้วัสดุที่หาได้มาทำได้โดยไม่จำเป็นต้องเหมือนผมนะครับ แต่โดยทั่วไปผมก็จะเอาดินปลูกอโลธรรมดามาเพาะ แต่จะโรยหน้าด้วยพีสมอสอีกครั้งก่อนนำเมล็ดลงปลูกครับ สูตรก็ขึ้นอยู่ของแต่ละท่านครับ วันนี้ผมจะมาแนะนำดินปลูกสูตรของผมเองนะครับ โดยมีส่วนประกอบหลักต่อไปนี้
  • ดินใบก้ามปูร่อน 1 ส่วน (ผมจะใช้แบบที่ร่อนเอาเศษใบใหญ่ๆ และพวกกิ่งไม้ออกก่อนครับ)
  • แกลบเผา 1 ส่วน (แกลบเผาเอาผสมเพื่อให้ดินมีความโปร่ง อุ้มน้ำ ทำให้อากาศระบายได้ดีครับ)
  • หินภูเขาไฟเบอร์ 00 1 ส่วน
  • วัสดุอื่น ๆ 1/2 ส่วน (ในบางโอกาศถ้ามีเพอร์ไรท์ก็จะผสมลงไปครับ หากท่านใดอยากลองสูตรนี้แล้วจะผสมอย่างอื่นลงไป ก็ได้นะครับ สัดส่วนตามต้องการ เน้นให้วัสดุปลูกมีความโปร่งก็ใช้ได้ครับ)
   ไว้เดี๋ยวผมจะเขียนบทความเกี่ยวกับการผสมดินปลูกให้ดูทีละขั้นตอนนะครับ รอซักพักแล้วจะเอามาให้ทุกท่านชมที่ละขั้นตอนในการผสมเครื่องปลูกของผมครับ

ขั้นตอนการเพาะเมล็ด

  • เตรียมวัสดุรองกระถาง เพื่อเก็บความชื้น
  • นำดินที่ผสมไว้มาใส่กระถาง อันนี้รองเปลี่ยนผสมเองกันดูได้ตามแต่วัสดุของใครจะหานะครับ ในขั้นต้นผมได้บอกสูตรดินของทาง The One ไปแล้วครับ
  • ผมจะใช้พีสมอสโรยหน้าเข้าไปอีกที หากใครผสมพิสมอสลงไปหรือใช้พีสมอสในการปลูกก็ไม่จำเป็นครับ ผมโรยเพื่อให้เมล็ดมีความชื้นพอก่อนรากจะหยั่งลงไปดินครับ
  • เสร็จแล้วโรยเมล็ดที่เตรียมไว้ให้กระจายโดนทั่วๆครับ หากใครจะกลบด้วยพีสมอสหรือดินก็ได้นะครับ
  • สุดท้ายผมนำหินภูเขาไฟเบอร์ 00 โรยหน้าอีกที
  • ใช้ระบบเพาะแบบเปิดนะครับ โดยผมวางไว้ใต้สแลน 50% รดน้ำวันเว้นวันครับ
ภาพหลังโรยเมล็ดได้ 2 อาทิตย์เศษๆ ครับ เจ้า Aloe ก็โผล่มาให้เชยชม
ไว้เดี๋ยวผมจะมาอัพเดทเรื่อยจนกว่าเจ้าพอตนี้จะโตกันนะครับ
อัพเดท 10/2/58 ครับ งอกได้ไม่เท่าที่ควรครับ เนื่องจากขาดการดูแลจากผมนิดหน่อย
ขาดน้ำบ้าง โดนแดดจัดไปบ้างแต่ก็ยังเหลือรอดครับ จะตั้งใจดูแลดีๆ แล้วเอามาอัพเดทอีกครับ
อัพเดทวันที่ 2/3/58 มีเน่าไปบ้าง มีขึ้นใหม่มาบ้างครับ